TalingChanPet

ความกังวลจากการที่เจ้าของไม่อยู่ในสุนัข >,<

รูปภาพของ admin

ความกังวลจากการที่เจ้าของไม่อยู่ในสุนัข

                คือ ความเครียดที่แสดงออกเมื่อเจ้าของไม่อยู่  ซึ่งมักแสดงออกด้วยการเห่า  ทำลายข้าวของ  ขับถ่ายไม่เป็นที่  แต่บางรายอาจแสดงอาการซึมเศร้า  ถ้าเป็นเรื้อรังจะทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลง  ถ้าไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้  อาจทำให้ต้องถูกเมตตามาตในที่สุด

 

อาการที่มักพบ

-                   ทำลายข้าวของ  มักเป็นประตูหรือหน้าต่าง

-                   เห่า  วิ่งวน  ปีนป่าย  ตัวสั่น  ทำร้ายตัวเอง  เช่น  กัดหาง  แทะเท้า

-                   เบื่ออาหาร  อาเจียน  ท้องเสีย 

-                   หรือเห่ากระโดด เวลาเจ้าของกลับมา  โดยเชื่อว่าปัจจัยอาจมาจากการหย่านมเร็วเกินไป

 

การวินิจฉัย

1.              ต้องทราบพฤติกรรมการให้อาหาร  การฝึกการขับถ่าย  การเล่นกับสุนัข  การปล่อยสุนัขเล่นนอกบ้านและการออกกำลังกาย  เช่น  ถ้าสุนัขไม่ได้ออกกำลังกายหรือออกนอกบ้านเลย  อาจทำให้สุนัขมีพฤติกรรมการทำลายข้าวของ

2.              ความสนิทสนมระหว่างเจ้าของและสุนัข  พฤติกรรมของสุนัขเมื่อเจ้าของกำลังจะออกนอกบ้านและเมื่อเจ้าของกลับมา  คำถามอื่น ๆ เช่น คุณต้องอยู่กับสุนัขตอนกินอาหารไหม  คุณทำอย่างไรก่อนออกจากบ้านและสุนัขขวางคุณไหม  ซึ่งอาการที่แสดงออกมักพบภายใน 5 30 นาที  หลังจากเจ้าของไม่อยู่

3.              พฤติกรรมบางอย่างอาจมาจากการกลัวที่ต้องอยู่ตัวเดียว  เพราะเคยเจอเหตุการณ์เหล่านั้น เช่น เสียงดัง  ฟ้าผ่า  ซึ่งจะเห็นได้ชัดเมื่อสุนัขได้รับสิ่งเร้าเหล่านั้น

4.              ในลูกสุนัขนั้น  การทำลายข้าวของ อาจเกิดมาจากความซุกซน หรือการฝึกฝนก็ได้ หรือในบางราย อาจมาจากปัญหาช่องปากหรือความกลัว  ทำให้แสดงพฤติกรรมปกป้องตัวเอง ซึ่งอาจแสดงออกทั้งเมื่อเจ้าของอยู่และไม่อยู่ก็ได้

5.              การเห่าร้อง มักใช้เสียงสูง ซึ่งต่างจากการเห่าเวลาเดินเล่น  หวงอาณาเขต  ทำกิจกรรมอื่น  ความกลัวหรือการถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม

6.              การขับถ่ายไม่เป็นที่  อาจเกิดจากการไม่ได้รับการฝึกที่ดี  โรคบางอย่างที่ทำให้เกิดปัญหาที่ระบบขับถ่ายหรือโรคทางระบบต่อมไร้ท่อ  ซึ่งทำให้มีอาการกินน้ำเยอะ  ปัสสาวะเยอะ  ความกลัวการทำอาณาเขต  หรือในสุนัขแก่ที่ความจำเลอะเลือน  ดังนั้นเราควรทราบเวลาการขับถ่ายที่ค่อนข้างแน่นอนในสุนัข

7.              อาการอื่น ๆ เช่น กลัวคนแปลกหน้า  พฤติกรรมดุร้ายกับสุนัขตัวอื่น ๆ ในบ้าน

8.              โรคบางอย่างที่ทำให้สุนัขต้องได้รับยาต่อเนื่องนาน ๆ เช่น  โรคผิวหนัง  ก็อาจจะแสดงอาการดังที่กล่าวมาแล้วได้เช่นกัน

 

การรักษา

1.              ในระยะสั้น  เช่น  พยายามไม่ปล่อยสุนัขไว้ตัวเดียว  หาเพื่อนให้  การเพิ่มกิจกรรม  เช่น การออกกำลังกาย จะทำให้สุนัขสงบขึ้น  การพาสุนัขไปทำงานด้วย  การให้ขนมไว้แทะเล่น

2.              ในระยะยาว  เช่น  ฝึกให้สุนัขรับรู้ว่าทำตัวดีจึงจะได้รางวัล  การไม่สนใจเวลาสุนัขแสดงอาการเรียกร้องความสนใจ  หรือการให้สุนัขอยู่ที่สงบและปลอดภัยก่อนเจ้าของจะออกไปข้างนอก  โดยเจ้าของควรเริ่มจากการออกไปข้างนอกไม่นานก่อน  และค่อย ๆ เพิ่มเวลา  หรือในบางวันอาจออกไปนอกบ้านนานกว่าปกติ  เพื่อไม่ให้เกิดรูปแบบตายตัว  แต่ถ้าสุนัขแสดงพฤติกรรมที่บ่งบอกว่า  สุนัขยังไม่พร้อมต่อการปรับตัว ในครั้งต่อไปเจ้าของควรลดเวลาการออกไปข้างนอกให้สั้นลง

3.              การรักษาทางยา  เช่น

ฟีโรโมน , clcmipamine } fluoxetine  ซึ่งจากการทดลองไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ  ระหว่างการใช้ฟีโรโมน กับ clomipamine

 

ตารางการให้ยา

Clomipramine (TCA)

dose 2-4 mg/hg/วัน หรือแบ่งเป็น bid PO

อาจพบอาการอาเจียน ถ่ายเหลว ซึม

Fluoxetine (SSRI)

dose 1-2 mg/hg วัน PO

อาจพบอาการอาเจียน ถ่ายเหลว ซึม

Selegiline (MAOL)

dose 0.5 mg/hg/วัน /PO

ไม่นิยมใช้ที่ USA

Alprazolm (Benzodiazepine)

dose 0.02-0.1 mg/hg q 6-8 h PO

อาจใช้ร่วมกับกลุ่ม TCA,SSRI

Diazepam (Benzodiazepine)

dose 0.55-2.2 mg/hg q 6-24 h

ให้ตามการตอบสนองเริ่มจากขนาดต่ำและปรับเพิ่มได้ตามต้องการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TCA    =  Tricyclic Antidepressant

SSRI   =  Selective Sevotonin Reuptake Inhibitor 

MAOI =  Monoaminc oxidase inhibitor

 

โดยการให้ clomipramine หรือ fluoxetine  มักให้ก่อนหรือหลังให้  monoamine oxidase  14 วัน  หรือให้ร่วมกัน การให้ Selcgiline  อาจให้ในรายที่มีความกังวลจากความกลัวได้  การให้ยากลุ่ม Benzodiuzepine  มักออกฤทธิ์ทันที  โดยให้ก่อนเจ้าของออกนอกบ้าน แต่จะทำให้การฝึกสุนัขไม่ค่อยได้ผล  แต่อาจแสดงอาการรุนแรงมากขึ้นถ้าสุนัขไม่ได้รับยาต่อเนื่อง

 

สรุป

                อาการนี้พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยงแต่สามารถรักษาได้  การรักษาควรใช้ยาควบคู่กับการปรับพฤติกรรม  และเมื่อสุนัขอาการดีขึ้นก็ลดขนาดยาลงเหลือวันละครั้ง  ซึ่งการรักษาไม่ใช่แค่ช่วยสุนัขเท่านั้นแต่ยังช่วยความสัมพันธ์ระหว่างสุนัขและเจ้าของให้ดีขึ้นด้วย

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

เนื้อหาของข้อมูลนี้ถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ