TalingChanPet

ทำความรู้จักกับโรคหลอดลมตีบกันเถอะ

รูปภาพของ admin

โรคหลอดลมตีบมักเกิดกับสุนัขพันธุ์เล็กทั้งเพศผู้และเพศเมีย สุนัขพันธุ์ Yorkshire terrier พบได้บ่อยมากที่สุด แต่ในสุนัขพันธุ์ Pomeranians, Chihuahuas, Poodles และ Maltese มักเกิดจากสาเหตุอื่นโน้มนำ มีรายงานเกิดในสุนัขพันธุ์ใหญ่ได้ด้วย    นอกจากนี้ภาวะหลอดลมตีบเกิดขึ้นได้กับสุนัขทุกอายุโดยมักจะแสดงอาการที่อายุ 6 ถึง 7 ปี
สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้มักจะมีอาการไอเรื้อรัง ถึงแม้ว่าภาวะหลอดลมตีบนี้จะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันก็ตาม นอกจากนี้ยังแสดงอาการเหนื่อยง่ายหลังจากออกกำลังกาย  หายใจลำบาก  ผิวหนังซีดเป็นสีน้ำเงินจากการขาดออกซิเจน (cyanosis) อาการอาจจะรุนแรงมากขึ้นเมื่อสุนัขมีอาการตื่นเต้น  ขณะกินน้ำหรืออาหาร มีการระคายเคืองของหลอดลม จากควัน บุหรี่ เป็นโรคอ้วน ออกกำลังกาย หรืออยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้น  

สาเหตุ
สาเหตุของการเกิดหลอดลมตีบยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เกิดได้จากหลายปัจจัย โดยกระดูกอ่อนของหลอดลมมีการสังเคราะห์ที่ผิดปกติหรือมีการสังเคราะห์ที่ลดลง หรือหากโครงร่างจากส่วนประกอบ เกิดความเสียหาย จะทำให้เกิดหลอดลมตีบได้ กระดูกอ่อนบริเวณหลอดลมของสุนัขที่เกิดหลอดลมตีบ พบว่ามีจำนวนเซลล์ลดลงกว่าปกติ ผลจากการที่กระดูกอ่อนบริเวณหลอดลมอ่อนตัว ทำให้หลอดลมด้านบนและด้านล่างเกิดการแบนทับตัวลงมา ขณะที่หายใจเข้าเยื่อหุ้มหลอดลมด้านบนจะยืดขยายและหย่อนตัวเข้าสู่หลอดลมส่วนต้น และขณะที่หายใจออกเยื่อหุ้มหลอดลมด้านบนจะยืดขยายและหย่อนตัวเข้าสู่หลอดลมส่วนปลาย ทำให้เกิดการอุดตันที่ท่อทางเดินหายใจ สาเหตุอื่นๆที่สามารถพบได้นอกจากที่กล่าวมา ได้แก่ การเกิดความเสียหายของเส้นประสาทที่เยื้อหุ้มหลอดลมด้านบน ความผิดปกติมาโดยกำเนิด โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง การมีบาดแผล และก้อนเนื้อภายนอกหลอดลม สุนัขอาจเกิดความผิดปกติของโครงร่างกระดูกอ่อนที่หลอดลมมาโดยกำเนิดอาการที่แสดงทางคลินิกอาจพบแค่ระยะเริ่มแรกหรือมีทวีความรุนแรง ขึ้นอยู่กับปัญหาอื่นๆที่เกิดขึ้นร่วมด้วย  การเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วเรื้อรัง เช่น metal valve insufficiency ซึ่งทำให้หัวใจห้องล่างซ้ายขยายใหญ่ไปกดทับหลอดลมปอดด้านซ้าย และโรคที่เกิดขึ้นที่หลอดลมปอดเรื้อรังทำให้สุนัขมีอาการไอเรื้อรังได้  ในสุนัขที่เป็นโรคอ้วนความจุช่องอกจะลดลง การมีไขมันที่บริเวณดานในช่องอก มากเกินไปจะไปกดหลอดลมทำให้ไอได้ การหายใจขณะที่มีบาดแผลที่หลอดลมทำให้เกิดการระคายเคืองและสุนัขมักจะแสดงอาการยาวนานออกไป   
เมื่อสุนัขเกิดหลอดลมตีบมักจะมีอาการไออยู่ตลอด การที่เป็นเช่นนี้จะทำให้เกิดการอักเสบที่หลอดลม เกิดการผลิตสารเมือก ออกมามากขึ้น นอกจากนี้ความสามารถในการกำจัดสารเมือกยังลดลงอีกด้วย หากกระบวนการเช่นนี้ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือการสูญเสียเยื่อบุผิวที่หลอดลม ต่อมเยื่อเมือกขยายขนาดใหญ่ขึ้น และเกิด เซลล์ที่หลอดลมเพิ่มจำนวนซึ่งจะทำให้อาการพัฒนารุนแรงมากขึ้น

การวินิจฉัย
สุนัขที่เกิดปัญหาหลอดลมตีบ มักมีประวัติของการไอเรื้อรังแบบมีเสียงเหมือนห่าน (goose honk) เหนื่อยง่าย  หายใจลำบาก มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ บางรายอาจมีประวัติ หมดสติ (syncope) ได้ถ้าสุนัขหายใจลำบากอย่างรุนแรง
สิ่งที่พบคือสุนัขอาจแสดงอาการทางระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ เสียงหายใจดังฟืดฟาด หายใจเสียงดัง ไอ หรือ เกิดภาวะการขาดออกซิเจน อาการหายใจเสียงดังนั้นมักเกิดในตอนที่สุนัขหายใจเข้าซึ่งเกิดจากการเกิดหลอดลมตีบส่วนต้น ส่วนการเกิดหลอดลมตีบ ที่หลอดลมส่วนในช่องอก นั้นจะพบอาการหายใจเสียงดังได้ในตอนที่สุนัขหายใจออก  การเกิดหลอดลมตีบ อาจพบว่าสุนัขเกิด ภาวะตับโตได้แต่ก็อาจพบได้ในภาวะที่มีการสะสมของไขมันในเซลล์ตับได้
การฉายรังสีวินิจฉัยควรทำการถ่ายภาพทั้งช่วงหายใจเข้าและหายใจออกเพื่อแยกความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจหรือหัวใจ เป็นต้น

การรักษา
 การรักษาทางอายุรกรรมไม่สามารถทำให้หายขาดได้ การเลือกวิธีการรักษาขึ้นกับอาการทางคลินิกและความรุนแรงของโรค อาจทำการรักษาทางอายุรกรรมร่วมกับการผ่าตัดในกรณีที่สุนัขแสดงอาการแบบเฉียบพลัน

การรักษาทางยา
ในรายเฉียบพลัน                                                                                                                               
หลอดลมตีบอาจแสดงอาการระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน ทั้งภาวะที่สัตว์มีอาการหายใจลำบาก การขาดออกซิเจน หรือมีอาการหมดสติ สุนัขที่มาด้วยอาการดังกล่าวสิ่งที่ควรทำคือ ให้สุนัขอยู่ในสภาพที่ไม่มีความเครียดและให้ออกซิเจนกับสุนัข    การให้ใช้ยาสเตียรอยด์    เพื่อลดภาวะกล่องเสียงบวมน้ำและการระคายเคืองของหลอดลม อาจใช้ยาแก้ไอเพื่อกดการไอและทำให้สุนัขสงบลง  อาจใช้ ยาซึมร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้   ในบางรายอาจจำเป็นต้องให้สุนัขสงบอย่างลึกด้วย
ในรายเรื้อรัง การรักษาทางยาในกรณีหลอดลมตีบ แบบเรื้อรังจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการทางคลินิก ในรายที่มีอาการเพียงเล็กน้อยอาจให้แค่ยาระงับการไอ ในรายที่มีอาการรุนแรง ให้ ยาขยายหลอดลม ยาสเตียรอยด์    และ ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย  การลดน้ำหนักมีประโยชน์ในรายสุนัขอ้วนที่เป็นโรคนี้แต่เป็นเรื่องที่ทำได้ยากเพราะสุนัขมักจะไม่ทนต่อการออกกำลังกาย การแยกสุนัขให้ห่างจากสารระคายเคืองต่างๆเช่นควันบุหรี่เป็นสิ่งจำเป็น

การรักษาทางศัลยกรรม
การรักษา tracheal collapse ทางศัลยกรรมนั้น   แนะนำในกรณีสุนัขไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยามาเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือ กรณีที่สุนัขมีอาการรุนแรงมาก จากการศึกษาในอดีตพบว่าการรักษาทางศัลยกรรมไม่ได้ผลดีในสุนัขที่อายุมากกว่า 6 ปี ไม่ว่าจะมีอาการอยู่ในระดับใดก็ตาม  มีวิธีการผ่าตัดมากมายในการรักษาหลอดลมตีบ เช่น tracheal ring chondrotomy , การพับเยื่อหุ้มหลอดลมคอด้านบน , การใส่ของแข็งรูปตัวซี เป็นอวัยวะเทียมที่ด้านล่าง, การผ่าตัดเชื่อมต่อหลอดลมคอ และการใส่อวัยวะเทียมที่หลอดลมคอ(endotracheal prostheses)  วิธีเหล่านี้ปกติมักจะไม่ได้ผลเนื่องจากขนาดของหลอดลมคอไม่เหมาะสมหรือมีการขัดขวางการทำงานของเยื่อเมือกและซิเลียของหลอดลมคอปกติ  ปัจจุบันการรักษาทางการผ่าตัดมีการประยุกต์ใช้วงแหวนโพลีโปรพิลีน (polypropylene ring) แทน   วิธีการหนึ่งที่นิยมใช้เหมือนกันคือ การใช้ polypropylene spiral prothesis  ซึ่งมีข้อดีหลายประการ เช่น ความยืดหยุ่นดี ,ยึดติดกับหลอดลมคอแบบเดียวและไม่ต้องทิ้งส่วนของหลอดลมคอที่ไม่ดีไว้    

สรุป
หลอดลมตีบเป็นปัญหาระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์เล็ก สาเหตุการเกิดยังไม่ทราบเป็นที่แน่นอน ปัจจัยในการเกิดมีอยู่มากมาย  สุนัขที่ป่วยมักจะมีประวัติเรื่อง การไอเรื้อรัง หายใจลำบาก ออกกำลังกายหนักไม่ได้  สุนัขที่เป็นโรคหัวใจและโรคทางระบบทางเดินหายใจอาจแสดงอาการของ หลอดลมตีบได้   สามารถทำการวินิจฉัยหลอดลมตีบจากการฉายรังสี และ การส่องกล้องเข้าหลอดลมและการรักษาสามารถบรรเทาอาการได้
 
                                                          สพ.ญ.อรญา ประพันธ์พจน์  คลินิคเฉพาะทางโรคหัวใจ

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

เนื้อหาของข้อมูลนี้ถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ